อันตราย!! จาก แสงสีฟ้า “Danger from Blue Light”


Video from: iT24Hrs

Video Credit: HB Optical Laboratories

การจ้องหน้าจอทีวี มือถือ แท็บเล็ต หรือจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ทำร้ายสายตาของเรามากเลยทีเดียว ทั้งทำให้แสบตา ตาแห้ง ปวดกระบอกตา และบางรายอาจมีอาการมองเห็นภาพเบลอด้วย แสงสีฟ้า มีอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน และเป็นอันตรายกว่าที่เราคิด

แสงสีฟ้าสามารถทะลุทะลวงได้ถึงจอประสาทตา มีพลังทำลายกระจกตาหรือจอประสาทตาได้มากกว่าแสงสีอื่น ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือใช้อุปกรณ์ให้แสงสีฟ้าในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น เล่นสมาร์ทโฟนในที่มืด ปิดไฟดูโทรทัศน์ หรือใช้อุปกรณ์ดิจิตอลเป็นระยะเวลานานๆ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงภัยจากแสงสีฟ้าทั้งสิ้น

รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว ในงานเสวนาสุขภาพซึ่งจัดโดย Dr.Eyes Film by Vox ว่า คนที่มีพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะทำให้ตาแห้งและกะพริบตาน้อยลง เกิดการแสบตา การมองเห็นเริ่มผิดปกติ เห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด ปวดเบ้าตา กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า เป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมและเป็นการกระตุ้นให้จอ ประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นด้วย

รศ.นพ.นริศ กล่าวต่อว่า วิธีป้องกันจอประสาทตาเสื่อมจากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน คือใส่แว่นตาที่ป้องกันแสงยูวี หรือลดความสว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะความสว่างหน้าจอที่มากปริมาณยูวีก็มากขึ้นด้วย อีกทางเลือกหนึ่งคือติดฟิล์มที่หน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ช่วยลดแสง UV400/UVA1 เป็นการป้องกันไม่ให้ดวงตาสัมผัสแสงเหล่านี้โดยตรง และควรพักสายตาทุก ชั่วโมง ประมาณ 5 นาที

“การพักสายตาที่ดีที่สุดคือการนอน แต่ถ้าไม่สามารถนอนได้ ให้มองไปไกลๆ เพื่อลดการเพ่งของสายตาเป็นการบรรเทาความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อบริเวณ รอบดวงตาได้ นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและรับประทานอาหารประเภทผักผลไม้ที่มีสี เหลืองส้มจะช่วยบำรุงสายตาได้ อย่างไรก็ตามขอแนะนำว่า คนไทยในปัจจุบันมากกว่า 50% เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา จึงอยากแนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปตรวจสุขภาพตาทุกๆ 1-2 ปี เพื่อป้องกันการเกิดโรคตาต่างๆ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก เป็นต้น”

จอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration หรือ AMD)

ต้อกระจก (Cataract)

 

วันนี้เราได้นำวิธีการดูแลดวงตาจากอันตรายแสงสีฟ้ามาฝากกัน : 

        1. ปรับแสงสว่างและความคมชัดของหน้าจอให้รู้สึกสบายตา ภายใต้ระดับความสว่างที่ 300-500 ลักซ์ หรือสังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่เราไม่ต้องหรี่ตาเวลามองหน้าจอ รวมทั้งพยายามลดแสงสว่างบริเวณรอบ ๆ เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนลงบนหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

        2. ติดแผ่นกรองรังสีไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะช่วยลดการกระจายรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่คุณภาพของสินค้า แต่อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยลดแสงจ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้ ส่วนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสามารถติดฟิล์มกรองแสงได้ด้วยเช่นกัน

        3. ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาประมาณ 20-40 นิ้ว หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา เพราะหากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย    

        4. กะพริบตาบ่อย ๆ ควรกะพริบตาให้ได้ 1-2 ครั้งต่อ 10 วินาที เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ วิธีนี้จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก

        5. ใช้สูตร 20-20-20 คือ ทุก ๆ 20 นาที ควรละสายตาจากหน้าจอไปมองบริเวณอื่น ๆ โดยให้มองห่างจากบริเวณที่นั่งอยู่ประมาณ 20 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อรีเฟรชสายตาให้ได้ปรับตัวใหม่ และเป็นการออกกำลังกายสายตาไปในตัว

        6. ปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่พออ่านสบายตา การปรับขนาดตัวอักษรให้มองเห็นได้ชัดเจน จะช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อดวงตาได้เป็นอย่างดี พูดง่าย ๆ คือเราไม่จำเป็นต้องเพ่งสายตาอ่านตัวหนังสือมากเกินความจำเป็น

        7. สวมแว่นกรองรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อถนอมสายตาไม่ให้ปะทะกับแสงสีฟ้าบนหน้าจอโดยตรง วิธีนี้จะช่วยปกป้องดวงตาเราจากแสงสีฟ้าได้พอสมควร


        8. ทำความสะอาดหน้าจอ โดยเฉพาะฝุ่นละอองและรอยเปื้อนบนจอทั้งหลาย หากทำความสะอาดหน้าจอได้หมดจดจะช่วยลดทอนการเปล่งแสงสีฟ้าได้ด้วยนะ

        9. จำกัดเวลาอยู่หน้าจอ ไม่ควรจ้องหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดนานเกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง เพราะหากเล่นนานเกินกว่า 2 ชั่วโมง อาจทำให้สายตาอ่อนล้าและปวดเกร็งได้

       10. วางต้นกระบองเพชรไว้ข้าง ๆ คอมพิวเตอร์ ผลวิจัยของสถาบัน Recherches en Geobiologie ของสวิตเซอร์แลนด์ และนักวิจัยในอเมริกาพบว่า หนามของต้นกระบองเพชรเป็นสื่อดูดรังสีจากทีวีและคอมพิวเตอร์ได้ รวมทั้งกระบองเพชรยังอาจดูดรังสี UV ที่เปล่งออกมาจากอุปกรณ์ไฮเทคไว้สังเคราะห์แสงแทนแสงแดดด้วยในตัว

          การถนอมสายตาจากแสงสีฟ้าที่หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นข้อปฏิบัติที่น่าทำสำหรับคนทุกวัยทุกอาชีพไปแล้วนะคะ เพราะปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเราแทบทุกด้าน ฉะนั้นก็อย่าลืมนำวิธีป้องกันแสงสีฟ้าที่เราบอกต่อไปทำตามกันด้วย เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดีของเราทุกคนนะจ๊ะ

 

 

 

Credit:

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (http://med.mahidol.ac.th/um/th/article/information/07162015-1601-th)

Huffington Post (http://www.huffingtonpost.com/dr-matthew-alpert-od/blue-light_b_5570433.html)

สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย (http://advisor.anamai.moph.go.th/main.php?filename=env206)

Kapook.com (https://health.kapook.com/view130695.html)

Blue Light Exposed (http://www.bluelightexposed.com/protect-our-vision/)

สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัย (http://library.stou.ac.th/blog/2012/05/22/)