Brands Brands


MYKITA “Handmade in Berlin”

MYKITA "Handmade in Berlin"

บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2003 ในกรุง Berlin โดยการรวมตัวของเพื่อน 4 คน ที่มีความรู้ด้าน industrial design

นักลงทุนวัยรุ่นพวกนี้ สนใจการทำงานที่ควบคู่ไปกับการค้นหาตัวตนของพวกเขา เลยได้ทำการเริ่มประดิษฐ์งานฝีมือคือแบรนด์ MYKITA โดยนำความ classic ของความเป็นคนเยอรมันมาผสมเข้ากับ technology ใหม่ล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเหล็กแผ่นที่สามารถถูกบิดและงอจนทำให้เฟรม เหล่านี้แทบไม่สามารถเกิดความชำรุดได้

เรื่องราวได้เริ่มขึ้นเมื่อพวกเราอยากที่ออกมาผจญภัย และสร้าง brand ตัวเองอย่างเป็นอิสระ - Moritz Krueger, Mykita’s CEO and creative director

 

 

Independent Spirit

ตั้งแต่เริ่มต้น เราไม่ได้มีเงินทุนเยอะเราเลยได้เรียนรู้และหาวิธีต่างๆที่จะประหยัดทรัพยากรให้มากที่สุด การใช้แผ่นเหล็กเรียบหรือที่เรียกกันว่า flatmetal ก็ ได้ถูกนำมาใช้ในการทำกรอบแว่น และเพราะไม่มีโรงงานทั่วๆไปที่รองรับการผลิต flatmetal พวกนี้ mykita เลยต้องสร้างอุปกรณ์และกรรมวิธีการผลิตเอง และเลือกซื้อโรงงานที่กำลังจะถูกปิดใน Europe แห่งหนึ่ง ทำให้ mykita ควบคุมการผลิตเอง ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตแว่นอื่นๆแต่อย่างใด การออกแบบยันการผลิตทุกขั้นตอนของกรอบแว่น อยู่ภายใต้ Mykita Haus ซึ่งเป็นชื่อเรียกบ่งชี้ถึงตัวโรงงาน กลยุทยุธ์ และภาพลักษณ์ของบริษัท

Krueger กล่าวว่าความอิสระและไร้ขอบเขตของแบรนด์เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของแบรนด์ และความสำเร็จของแบรนด์เป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับพวกเขาเพราะ สิ่งนี้จะทำให้เขามีเงินทุนสร้างผลงานตามใจตัวเองต่อไปได้

เพราะเช่นนี้พวกเขาเลยมุ่งเน้นถึงความสำเร็จของธุรกิจเหนือสิ่งอื่นใด และมุ่งมั่นที่ผลิตสินค้าต่อไปอย่างไร้ขอบเขตดังที่พวกเขาหวังไว้ตอนก่อตั้งบริษัท

 

Focus on technology

สิ่งสำคัญหนึ่งปราการของกรอบแว่น Mykita คือความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนจากแว่นทั่วไปอื่นๆ เฟรมจะมี design ที่แปลกใหม่ เป็นการนำรูปทรงที่ classic มาประยุคให้มีความทันสมัย โดยใช้วัตถุ high-technology และบานพับไร้น๊อตที่ได้ทำการจดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย

 

นอกเหนือจากนี้เป้าหมายแรกตอนก่อตั้งบริษัทของเราคือการผลิตกรอบแว่น super-lightweight ที่เบาที่สุด เราเลยไปเรียนรู้และนำวัตถุและขั้นตอนต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องครัว และ การแพทย์ มาใช้ในการผลิตแว่น Mykita

 

mykita เป็นบริษัทเลี้ยงตนเอง และได้กำไรตั้งแต่ปีที่ 2 โดยเน้นการผลิตที่ใช้ technology ใหม่ล่าสุด Krueger กล่าวว่า พวกเราโชคดีมากที่ธุรกิจสามารถเติบโตและเลี้ยงตัวเองมาได้ถึงวันนี้ พวกเราต้องฉลาดในการลงทุนเพราะเราไม่ได้มีเงินสนับสนุน เราเลยต้องเลือกอะไรที่จะสามารถเติบโตต่อไปได้ในอนาคต และสิ่งๆนั้นคือ technology

 

 

Fashion Credibility

อีกหนึ่งความสำเร็จของ Mykita คือการร่วมงานกับเหล่า designer ทำให้ brand โด่งดังในวงการ fashion และได้เปิดตัวเป็นสินค้า luxury

มันเริ่มด้วยความบังเอิญเมื่อ designer ชื่อดัง Bernhard Willhelm ได้ติดต่อไปยัง mykita ให้ช่วยผลิตแว่นกันแดดสำหรับ collection Men’s Fall 2009 โดยการใช้แรงบันดาลใจจาก Olympics ฤดูหนาวปี 1976 เหตุการณ์นี้ทำให้เกิด กรอบแว่นแนว aviator ออกมา 3 ตัว แลัวด้วยความโชคดีอย่างไม่ขาดคิด สไตล์ลิสต์ ชื่อดังได้นำแว่นจาก collection นี้ไปให้ Sarah Jessica Parker ใส่ในหนังเรื่อง Sex and the City 2 ตอนนั้น mykita ไม่ได้เห็นตัวเองเป็นแบรนด์ fashion แต่เมื่อถูกนำไปใช้ในหนัง fashion โดยนักแสดงที่เป็นนัก fashion ตัวแม่ mykita ก็ได้กลายเป็นแบรนด์โด่งดัง และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ mykita หนังเรื่องนี้ได้ทำให้คนทั่วไปได้รู้ว่าในโลกใบนี้ มีแว่นแบรนด์นอกเหนือไปจากแบรนด์ของเสื้อผ้าและกระเป๋าดังๆ

Collection ที่ 2 ได้ร่วมงานกับ Damir Doma ใช้เวลาไปทั้งหมด 3 ปีครึ่งกว่าจะทำการเปิดตัว การร่วมงานกับ fashion designer ได้ทำให้ mykita สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆตามแนว fashion พร้อมกับยังคงสภาพการทำงานแบบสไตล์ตัวเอง ไม่ต้องถูกบังคับทำสิ้นค้าแบบที่ตัวเองไม่ชอบ

 

Global Outlook

Mykita อยากที่จะเปิดตลาดให้กว้างขึ้น แต่ก็ยังคงเลือกที่จำกัดสินค้าเพื่อความ exclusive และเป็น niche product

Mykita คิดที่จะมีร้านค้าจำหน่ายประมาณ 1000 แห่ง เลยได้ร่วมงานกับ Porsche Consulting เพื่อการันตี คุณภาพของ ผลิตภัณฐ์ที่ต้องเพิ่มขึ้น

 

นอกเหนือจากนี้เพราะ mykita มุ่งเน้นด้าน technology ในอนาคตบริษัท mykita อาจได้เปรียบที่จะเริ่มนำ technology การสื่อสารและสิ่งอื่นๆมาใส่ลงในแว่น เช่น google glass

และเนื่องจาก mykita เป็นแบรนด์ที่เน้น technology มาตั้งแต่แรก mykita จึงเข้าใจถึงความสำคัญของ style และ fashion ที่ต้องมาพร้อมกับ technology

mykita นั้นมั่นใจว่าในอนาคต บริษัทจะสามารถผลิตแว่นที่มี style และความสวยงามที่รวมกับ technology ได้อย่างลงตัว


STEALER “Steel by Stealer”

 

    "STEEL BY STEALER"

จากแรงบันดาลใจ สู่แบรนที่เป็นที่สุด

จากแรงบันดาลใจสู่ดีไซน์ที่ล้ำสมัย STEEL BY STEALER ตีความการใช้โลหะพิเศษในการผลิตแว่นที่เบาบาง สวมใส่สบาย ทนทานและดีไซน์ที่ modern ลงตัวกับยุคสมัย การใช้เทคโนโลยีการผลิต SLT (Steel Layering Technique) ที่เป็นเอกลักษณ์ ควบคู่ไปกับวัตถุดิบไทเทเนียมจากแหล่งผลิตชั้นยอด ดีไซน์ล้ำสมัยจากทีมดีไซเนอร์ที่มีผลงานบนรันเวย์ทั่วมุมโลก STEALER คืองานฝีมือสุดพิเศษที่จะบ่งบอกถึงสไตล์และรสนิยมอันโดดเด่นของคุณ

      MADE BY STEALER

กระบวนการผลิตชั้นยอด

STEALER ใช้วัสดุไทเทเนียมเกรดดีที่สุดในกระบวนการผลิต การวางเลเยอร์โลหะหรือเทคนิค SLT อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราที่หาไม่ได้ในแบรนด์อื่น การพ่นสีในระดับเดียวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ กระบวนการผลิตและงาน Finishing ที่ควบคุมด้วยผู้เชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน เหล่านี้ทำให้คุณมั่นใจได้ว่างานทุกชิ้นของ STEALER คือที่สุดของคุณภาพงานผลิตนอกเหนือไปจากดีไซน์อันโดดเด่น 


ic! berlin คือใคร?

icberlin_logotower_2012

พบแว่น ic! berlin ได้แล้วที่แว่นตาศรไทยทุกสาขาในกรุงเทพ

ic! berlin They said we were ic-berlin-makingcrazy, but crazy makes the world go ‘round.

Unbelievably light, incomprehensibly flexible and built to last a lifetime, ic! berlin eyewear is cut by laser and crafted by hand in the Backfabrik – a former East German industrial bakery in the heart of Berlin. Everything happens under one roof: from initial sketch to finished product
, ic! berlin makes, markets and distributes luxury designer eyewear from 0.5mm spring stainless steel, premium acetate and 3D printed polaymide for men, women and everyone in between.

ic! berlin revolutionised eyewear with their very first frame – a screwless, sheetmetal frame. How does screwless eyewear work? With an ingenious re13_graphite_rgbmovable clip that holds frame and temple together. Every ic! berlin frame features this remarkable interlocking hinge, so every frame can be broken down into its individual parts and reassembled in seconds, without any extra tools. No screws. No glues. No welds. No witchcraft. Just award-winning designs for every day and extraordinary showpieces for once in a lifetime.

ic! berlin employs over 150 people on every continent on Earth (not counting the penguins). From Berlin to Boston, Casablanca to Cape Town, Melbourne to Macau, ic! berlin frames can be seen on the noses of Hollywood royalty, pop royalty, blueblooded royalty, movers, shakers, even candlestick makers.

2_20years_rgb

Still have questions? Call Ralph! That’s a real phone number engraved into every frame, the phone number of ic! berlin founder, CEO and worldwide sheetmetalglassessalesman Ralph Anderl. No gimmick – he will answer!

Credit: http://www.ic-berlin.de/